วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปบทเรียนศูนย์คุ้มครองสิทธิ จ.เพชรบุรณ์

วันที่ 6-7 ธันวาคม 2552 ศบท .เพชรบูรณ์ ได้จัดเวทีประชุมและร่วมสรุปบทเรียนการทำงานที่ผ่านมา ณ โรงแรมโฆฆิตฮิลล์ โดยมีอาจารย์วิชิต ถิ่นวัฒนากูล เป็นวิทยากรนำขบวนในการถอดบทเรียนในครั้งนี้ มีตัวแทนจากภาคี เครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วมทั้งหมด 25 คน ผลจากการสรุปบทเรียนพบว่า.....consumerpbb.blogspot.com

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มาตรฐานการดำเนินงานศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ

ลองไปเรียนรู้ การทำงานศุนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ แล้วเหลียวมามองดูงานศุนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน ใน
"มาตรฐานการดำเนินงานศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ"

ประกอบด้วยมาตรฐาน 5 ด้าน ดังนี้
1. มาตรฐานด้านกายภาพ
2. มาตรฐานด้านบุคลากร
3. มาตรฐานด้านการดำเนินงานแก้ไขปัญหา
4. มาตรฐานด้านระบบข้อมูล
5. มาตรฐานด้านการพัฒนางานบริการเชิงรุก

วิธีการประเมินมาตรฐาน คือ
1. ประเมินศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพของโรงพยาบาล ในแต่ละด้านให้ครบทุกด้าน
2. รวมคะแนนในแต่ละด้านว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่
3. ให้คะแนนตามความเป็นจริง ผลของคะแนนที่ได้จะนำมาเพื่อการพัฒนาในส่วนขาดต่อไป

http://chiangmai.nhso.go.th/
ข้อมูลมาจากเวปไชด์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต1เชียงใหม่

ตามข่าว การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม

เท่าทัน ทั่วถึง ตามข่าวงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ผ่านเวปไชด์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ผ่านกระดานข่าว
http://www.consumerthai.org/index.php?option=com_content&view=category&id=99&Itemid=122

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กำหนดการมหกรรมเครือข่ายลุ่มน้ำ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552ณ แกรนด์ภูคำ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำเวลา กิจกรรม9.00-9.30 ลงทะเบียน
กล่าวต้อนรับ โดย นายอนันต์ ดวงแก้วเรือน ประธานเครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน โดย นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
กล่าวเปิด โดย อมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่9.30-11.00
นำเสนอประสบการณ์ความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเชียงใหม่ กรณี โครงการต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อำเภอ แม่แจ่มและอำเภออมก๋อย
- ผู้นำชุมชนอำเภอแม่แจ่ม และอำเภออมก๋อย
- นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม
- ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย
- หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่โถ
- นายอำเภอแม่แจ่ม
- นายอำเภออมก๋อย
ผู้ดำเนินรายการ โดย นายคณิต ธนูธรรมเจริญ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
11.00–12.30 กลุ่มที่1
ประสบการณ์และข้อเสนอจากตัวแทนอำเภอด้านการแก้ไขปัญหาที่ดินและพัฒนาเกษตร
- กรณีงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น บ้านปางจำปี นายสุจิต ใจมา
- นายสุรชัย มรกตวิจิตรการ บ้านป่าไผ่ ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด
- กรณีการสำรวจข้อมูล ต.ฮอด
- นายกองค์กรบริหารส่วนตำบลแม่ทา
- ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน
- กรณีโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมอุทยานแห่งชาติออบหลวง
นายพรศักดิ์ ทอดเสียง
ดำเนินรายการโดย นายวิชัย กิจมี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16
11.00-12.30 กลุ่มที่ 2
ประสบการณ์และข้อเสนอ ต่อการจัดการป่า ไฟป่า การจัดการลุ่มน้ำ
- ประสบการณ์และข้อเสนอต่อการจัดการไฟป่า โดย นายสุนทร เทียรแก้ว
- ประสบการณ์และข้อเสนอต่อการจัดการลุ่มน้ำ โดย นายศักดา บุญมาปะ
- การพัฒนาความรู้ผ่านงานวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการป่าชุมชน
โดย ตัวแทนแม่บ้านแม่ทา
- การเชื่อมโยงแผนชุมชนกับแผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จังหวัด นายสัญญา ทุมตะขบ
ดำเนินรายการ โดย ดร.วสันต์ จอมภักดี
12.30-13.30 พักรับประทานอาหาร
13.30-15.00บทบาทความหมาย และคุณค่าใหม่ของระบบราชการ ในการแก้ไขปัญหาการจัดการทรัพยากรอย่างบูรณาการ
- ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
- อธิบดีกรมป่าไม้
- อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
- ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
- เลขาธิการสำนักงาน กปร.
- พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
ดำเนินรายการโดย คุณนฤมล มั่นวงศ์วิโรจน์
15.00-16.00ประมวลสรุปและนำเสนอหลักการสำคัญในการสร้างความร่วมมืออย่างการบูรณาการ โดย
- อ.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ประธานสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาสังคม
- นางสาวจิริกา นุตาลัย ผู้อำนวยการโครงการปิดทองหลังพระ
- ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่
16.15-16.45กล่าวปิดเพื่อการเริ่มต้นยุคแห่งความร่วมมือใหม่

รวมบทความดีๆ กรณี 3G ในไทย

http://www.mediafire.com/file/eyndynyrlmn/กทช.เร่ง.doc
http://www.mediafire.com/file/mmnmntmtwzk/กสท.doc
http://www.mediafire.com/file/zgjrydmyot2/ดีเทค
http://www.mediafire.com/file/mztz4izqkjd/ถึงตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงราวปี http://www.mediafire.com/file/2tkxw2mrnvi/ทีโอที
http://www.mediafire.com/file/ykmzy2zznyy/ม.แม่ฟ้าหลวง

ดูเวป นี่ตรงกับงานของผู้บริโภคช่วงนี่เลย"การจัดการองค์ความรู้"





แนะนำเวปไซด์ ใหม่ สำหรับเพื่อนที่สนใจเรื่องงานจัดการองค์ความรู้
http://www.chumchontai.com
(ภาพประกอบมาจากเวปไซด์ชุมชนไท)

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552



กลไกศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ภาคเหนือ และศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค 6 จังหวัดในภาคเหนือร่วมทบทวนและพัฒนาการจัดทำแผนที่ผลลัพธ์ของเครือข่ายผู้บริโภค ภาคเหนือครั้งที่ 2
วันที่ 9-10 พฤศจิกายน 52 ณ โรงแรมเกทเวย์ อ.เมือง จ.พะเยา กลไกศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ภาคเหนือ มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม จัดเวทีทบทวนและพัฒนาการจัดทำแผนที่ผลลัพธ์ของเครือข่ายผู้บริโภค ภาคเหนือครั้งที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนทั้งหมด 35 คน มีเป้าประสงค์สำคัญคือการพัฒนาการจัดทำแผนที่ผลลัพธ์ของศูนย์จังหวัดและภาคให้เสร็จสมบุรณ์ เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีกระบวนการ และต่อยอดการทำงานในปี 2553-2554
กระบวนการเรียนรู้ภายในเวทีที่สำคัญคือการให้ศูนย์จังหวัดและภาค ได้ทบทวนและพัฒนาแผนที่ผลลัพธ์การทำงาน โดยเริ่มตั้งแต่ การคิดบันไดบงชี้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของภาคีหุ้นส่วน,การพัฒนา กระบวนการ กิจกรรมเพื่อให้บรรลุ ตัวบงชี้,การวางแผนในเชิงองค์กรเพื่อสนับสนุน เอื้ออำนวย การทำงานของภาคีหุ้นส่วน และพัฒนาเป็นแผนการดำเนินงานองค์กร
การดำเนินงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ใช้เครื่องมือแผนที่ผลลัพธ์ในการวางแผน กระบวนการทำงาน กิจกรรม การติดตาม และทบทวน ทำให้เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิได้มีความชัดเจนในเชิงเป้าหมายการทำงาน และกระบวนการขับเคลื่อนการทำงานที่จะทำงานเรื่องคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค มากขึ้น

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พิจิตร ปรับขบวนงานผู้บริโภค รองรับการทำงาปี 53




พิจิตร ปรับขบวนงานคุ้มครองผู้บริโภคผู้บริโภค ได้แรงหนุนจากหลายฝ่าย
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมจังหวัดพิจิตร กลไกประสานงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภาคเหนือ(มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา) และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกันจัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมแกนนำเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพื่อนำไปสู่การทำงานคุ้มครองสิทธิเต็มรูปแบบในปี 53
วันที่ 15-16 ตุลาคม 2552 ณ เรือนรับรองสเต็กกำนันเต่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตรศูนย์คุ้มครองสิทธิได้จัดการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคณะทำงานและแกนนำเครือข่ายด้านคุ้มครองผู้บริโภค จำนวน โดยเน้นให้คามสำคัญกับการทำความเข้าใจแนวคิด กระบวนการ และเป้าหมายในการทำงาน การเพิ่มเติมความรู้ใหม่ ด้านผู้บริโภค เช่น เรื่องร่าง พรบ.องค์กรอิสระเพื่อผู้บริโภค อนาคต3จีของไทย รวมถึงสถานการณ์การละเมิดสิทธิผู้บริโภคในพื้นที่พิจิตร
ในวันที่สองมีคุณบุญยืน ศิริธรรม คุณกชกร แสงแถลง ร่วมเพิ่มเติมแนวคิด กำลังใจ ยกประสบการณ์การคุ้มครองผู้บริโภคในภาคตะวันตก มาเรียนรู้ในพิจิตร และเน้นให้กำลังใจ กำลังสมอง เติมไฟลุกโชน ให้กับเครือข่ายการทำงานศูนย์คุ้มครองสิทธิในจังหวัดพิจิตรได้เดินหน้างานอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น










มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ติดตามเยี่ยมองค์กรผู้บริโภค ภาคเหนือ


มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กลไกประสานงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภาคเหนือ ออนทัวร์เยี่ยมเยี่ยนศูนย์คุ้มครองสิทธิ์ 4 จังหวัดในภาคเหนือ
วันที่ 29 – 1 พฤศจิกายน 2552 คุณสารี อ่องสมหวัง คุณสุภาพร ถิ่นวัฒนากุล นำทีมน้องจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา เยี่ยมติดตาม หนุนเสริมการทำงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง และจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมทำงานศูนย์คุ้มครองสิทธิ อาสาสมัคร คณะกรรมการ เครือข่าย ภาคีหุ้นส่วน ในจังหวัดเข้าร่วมนำเสนอความก้าวหน้าการทำงาน สถานการณ์ ปัญหาอุปสรรค และทิศทางข้างหน้าของการทำงานศูนย์คุ้มครองสิทธิ เพื่อเรียนรู้ร่วมกัน
การเยี่ยม ติดตาม หนุนเสริมการทำงานในครั้งนี้ ทำให้ศูนย์ได้เรียนรู้ เข้าใจ และเชื่อมโยงงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคในจังหวัดของตนเองมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการเชื่อมโยงงานขบวนผู้บริโภคกับงานด้านอื่นๆ การเตรียมความพร้อมเป็นองค์กรประสานงานองค์กรอิสระเพื่อผู้บริโภค และรวมถึงความยั่งยืนขององค์กรในการทำงานต่อไป

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตามบทเรียนอาสาสมัครศูนย์คุ้มครองสิทธิจังหวัดเชียงใหม่


ในวันที่ 10 ตค.52 ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมเชียงใหม่ จัดการอบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครฯ กับบทบาทรับเรื่องร้องเรียน โดยมีวัตุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานของอาสาสมัครรุ่นเก่าให้กับอาสาฯ รุ่นใหม่ และติดตามกระบวนการทำงานในพื้นที่ พร้อมทั้งเสริมความรู้ที่เท่าทันต่อสถานการณ์จาก จนท.ศบท.ชม เรียนรู้กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน ตามแบบฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ฯ ตามไปดูได้ที่เวปไซด์ http://www.cm-consumer.com/activity.php?id=16











องค์กรผู้บริโภค เรียกร้องหยุดอ้างผลประโยชน์ผู้บริโภค
เพราะกรอบการประมูลผู้บริโภคยังไม่ได้ผลประโยชน์จริง
ไม่มีหลักประกันเรื่องการเข้าถึงของกลุ่มคนพิเศษ
เป็นเพียงการลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ
แนวทางประมูลอาจจะเกิดปัญหาการฮั้วประมูลได้
พร้อมเรียกร้องให้รับฟังความคิดเห็นให้รอบด้านก่อนการตัดสินใจ 3 G
และต้องยึดผลประโยชน์ของผู้บริโภคและรัฐเป็นสำคัญ

สืบเนื่องจากทั้งนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ต่างให้ความเห็น ว่า การประมูลคลื่นโทรคมนาคม รุ่น 3G จะไม่ให้ความสำคัญเรื่องราคาในการประมูล เพราะหากประมูลราคาแพงสุดท้ายภาระจะตกอยู่กับผู้บริโภค
การกล่าวอ้างดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ถ้าจะให้ประโยชน์เกิดกับผู้บริโภค ในการประมูลคลื่นฯ 3G รัฐจะต้องได้รับประโยชน์น้อย แต่ข้อเท็จจริงก็คือระบบการให้บริการในกิจการโทรคมนาคมในประเทศไทยปัจจุบัน มีผู้ให้บริการที่ได้รับสัมปทานจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์ (TOT) และการสื่อสารแห่งประเทศไทย (CAT) ซึ่งทำให้บริษัทเอกชนที่ให้บริการโทรคมนาคมมีการจ่ายส่วนแบ่งค่าตอบแทนให้รัฐ ผ่าน TOT และ CAT รวมแล้วมากถึงปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือถ้าคิดคำนวณตลอดอายุสัมปทาน จะเป็นเม็ดเงินอย่างน้อยที่สุด 1.8 แสนล้านบาท (ตัวเลขจากการคำนวณของ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวณิชย์) เมื่อเทียบกับการประมูลคลื่นฯ 3G ที่มีการกำหนดราคาเบื้องต้นเพียง 6,000 ล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของระบบสัมปทานจำนวนมหาศาล การจะผลักภาระต่อผู้บริโภคหรือไม่มีความสัมพันธ์กับปัจจัยหลายประการ ที่สำคัญคือการมีระบบการแข่งขันที่เป็นจริงและเป็นธรรม รวมทั้งการมีกติกาการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง มากกว่าที่จะสัมพันธ์โดยตรงกับราคาการประมูล
ข้อที่ต้องพิจารณาที่แท้จริงในการเปิดประมูลกลับอยู่ที่ว่า เงื่อนไขที่กำหนดสำหรับการประมูลในครั้งนี้ก่อให้เกิดการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรมเพียงใด ข้อเท็จจริงในขณะนี้ก็คือ ทาง กทช. กำหนดที่จะดำเนินการเปิดประมูลใบอนุญาตคลื่นฯ 3G จำนวน 4 ใบ ในขณะที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการประมูลเพียง 4 บริษัท ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้จึงไม่เอื้อให้มีการแข่งขันในการประมูลอย่างแท้จริง ตรงกันข้ามกลับจะเปิดช่องให้เกิดการฮั้วประมูลขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้รัฐเสียประโยชน์ เนื่องจากไม่ได้รับผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสม
ด้วยเหตุผลหลักดังกล่าว ประกอบกับมิติของผลกระทบด้านต่างๆ ที่จะติดตามมาจากการเปิดประมูลคลื่นฯ 3G ในครั้งนี้ ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคจึงขอเรียกร้องดังนี้
1. กทช. ควรขยายกรอบการรับฟังความคิดเห็นที่รวมถึงผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ เช่น หลักประกันเรื่องการเข้าถึงบริการของกลุ่มคนพิเศษ หลักประกันเรื่องราคา เนื่องจากผู้ประกอบการได้รับการลดต้นทุนในการดำเนินการที่ปรับเปลี่ยนจากระบบการจ่ายสัมปทานมาเป็นการจ่ายค่าประมูลคลื่น 3 G ดังนั้นต้นทุนที่บริษัทได้ลดราคาต้องคืนผลประโยชน์นั้นให้กับผู้บริโภค นอกเหนือจากการรับฟังเรื่องคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล 3จี ผู้ลงทุนจากต่างประเทศ ราคาขั้นต้นของการประมูล รวมทั้งโครงสร้างทางการตลาดที่มีการดำเนินการที่ผ่านมา
2. องค์กรผู้บริโภคเห็นความจำเป็นในการเปิดบริการโทรคมนาคม 3G แต่เนื่องจากความต้องการระบบ 3G ตามที่มีการคาดการณ์นั้นมีเพียงร้อยละ 10 ของประชากรไทยเท่านั้น เมื่อประกอบเข้ากับจำนวนเอกชนที่มีศักยภาพในการเข้าประมูลที่มีอยู่น้อย ดังนั้นในการเปิดประมูลคลื่นฯ 3G ครั้งนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดให้เข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด แทนที่จะเปิดใบอนุญาตถึง 4 ใบ ควรมีการเปิดเพียง 1-2 ใบเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรคลื่นโทรคมนาคม 3G อันเป็นทรัพยากรสาธารณะอย่างคุ้มค่าและมีประโยชน์สูงสุด ตลอดจนหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการฮั้วประมูลด้วย
3. ควรสนับสนุนให้เกิดกลไกการติดตามกำกับเนื้อหา(Content) ความเท่าทันเทคโนโลยี และรวมทั้งปัญหาที่เกิดจากระบบ 3 G ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกมส์(Games) การพนัน ( Gambling ) และการล่อลวงเด็กและผู้หญิง(Girl)









วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ให้การสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายผู้บริโภคระดับจังหวัดในภาคเหนือ”




สำนักวิชานิติศาสสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร,ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภาคเหนือ ร่วมกันพัฒนาแผนการพัฒนาศักยภาพการทำงานผลักดันในเชิงนโยบาย ให้กับคณะทำงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
อ.พลอยขวัญ เหล่าอมต สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พะเยา ร่วมกับกลไกประสานงานคุ้มครองสิทธิภาคเหนือ ศูนย์ครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา พิจิติร และจังหวัดเพชรบุรณ์ จัดเวทีนำเสนอข้อมูลจากการลงไปร่วมพูดคุยการทำงานกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ในทุกระดับ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่จะนำไปสู่การสร้างกลยุทธ์ทางเลือกในการผลักดันเชิงโยบาย ของคณะทำงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ณ โรงแรมภูทองเพลส จ.พะเยา
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลของศูนย์ฯระดับจังหวัดทั้งหมด โดยใช้เครื่องมือ SWOTซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจหลากหลาย จากนั้นได้มีการร่วมกันกำหนดภารกิจ วัตถุประสงค์ ของการทำงานรณรงค์เชิงนโยบายร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง SMS กวนใจ และ บัตรเติมเงินซึ่งถือว่าเป็นประเด็นนโยบายระดับชาติร่วมกัน โดยมีการกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนการทำงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในปี 53 ต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

งานหลักประกันสุขภาพภาคเหนือ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและเครือข่ายภาคประชาชนในภาคเหนือจะได้จัดให้มีการทำเวทีระดับจ้งหวัดเพื่อรับฟังความคิดเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการภายใต้ พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายประชาชน ผู้สนใจและผู้ให้บริการ เช่นโรงพยาบาล สถานีอนามัย เป็นต้น เพื่อนำความคิดเห็นดังกล่าวนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพและมาตราฐานบริการสาธารณสุข โดยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้มีการกำหนดจังหวัดในการจัดเวที คือจังหวัดลำพูน และเชียงราย
โหลดกรอบการจัดเวทีได้ที่ http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7cc36e2a2d1ec6df50292b492bd5edc68e

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

สถิติการรับเรื่องร้องเรียนศูนย์คุ้มครองสิทธระดับจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

ดูสถิติการรับเรื่องร้องเรียนศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในระดับจังหวัด ในภาคเหนือ
จังหวัดลำปาง http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7cf562fab7c1a262d2c95965eaa7bc68bc
จังหวัดพะเยา http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7c61eefcd3191223a95be6ba49b5870170
จังหวัดพิจิตร..................
จังหวัดเพชรบุรณ์............
จังหวัดเชียงราย..............
จังหวัดเชียงใหม่........
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม http://www.tci.or.th/complain.asp

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กำหนดการ การจัดกิจกรรมของศูนย์จังหวัด เดือนกันยายน

รวมกำหนดการ การจัดกิจกรรมศุนย์คุ้มครองสิทธิในระดับจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ช่วงเดือน 1 กันยายน 52 - 30 กันยายน 52

ดาวน์โหลดเลย จ๊ะ

  1. กำหนดการเวทีทบทวนติดตามการทำงานคุ้มครองสิทธิ จังหวัดลำปาง 30-31 สิงหาคม 52 http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7c7a3b1b64268650ca5621d66e282a0ee8
  2. กำหนดการเวทีรถสาธารณะ จังหวัดพิจิตร 8 กันยายน 52 http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7cfe7507663120dbb65621d66e282a0ee8

เชิญดาวน์โหลด ข้อมูลใหม่ๆ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค

ข้อมูลสำหรับการติดตาม ความก้าวหน้าการทำงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค ดาวน์โหลดเลยครับ
  1. ทำไมต้องยกเลิกพ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัย http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7c67ba06c4f4b8b2875621d66e282a0ee8
  2. อับเดทกองทุนสุขภาพตำบล http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7c96519ead891cf0595621d66e282a0ee8

หลักสูตรการอบรมคุ้มครองสิทธิด้านโทรคมนาคมสำหรับเยาวชน ภาคเหนือ

หลักสูตรการอบรมเยาวชน ภาคเหนือ
ที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงใหม่
ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาศักยภาพเยาวชน ในการอบรมเยาวชนในพื้นที่ภาคเหนือ ลองไปดูนะจะ
http://www.mediafire.com/?sharekey=a1f0561e021873e0d6baebe61b361f7ce65616a3ea1d4bc9c95965eaa7bc68bc

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หลักการเสนอพระราชบัญญํติกองทุนสุนไหมทดแทนผูประสบภัยจากรถ พ.ศ.

หลักการและเหตุผลในการเสนอพระราชบัญญัติกองทุนสินไหมทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. .
พรบ.รถ หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นกฎหมายภาคบังคับกับเจ้าของรถทุกคนที่ต้องมีหน้าที่จ่ายเบี้ยประกัน โดยการบริหารจัดการของบริษัทประกันภัยเอกชนและผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับการคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาล รวมทั้งได้รับการชดเชยความเสียหายจากการทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา จำนวนเบี้ยประกันภาคบังคับประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกใช้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสูงถึง ๔,๗๘๕ ล้านบาท ขณะที่ใช้ในการจ่ายสินไหมทดแทนกับผู้ประสบภัยจากรถเพียง ๔,๕๓๔ ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งสะท้อนปัญหาในการบริหารจัดการและประสิทธิภาพในการดำเนินการที่สร้างภาระให้กับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันผู้ประสบภัยจากรถจำนวนมากกว่า ร้อยละ ๕๕.๓ ไม่ใช้สิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ มีจำนวนเพียงร้อยละ ๔๒ เท่านั้นที่ใช้สิทธิและเกือบทุกคนที่ใช้สิทธิประสบปัญหาในการใช้สิทธิไม่ว่าจะเป็นการบ่ายเบี่ยงไม่จ่ายสินไหม การจ่ายเงินช้า เป็นภาระในการสำรองเงินจ่ายล่วงหน้า ซึ่งถูกพิสูจน์มานานกว่า ๑๗ ปี เนื่องจากพรบ.รถ เกิดขึ้นก่อนที่จะมีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม หรือบัตรทอง ดังนั้นความคุ้มครองจากพรบ. รถ ด้านการรักษาพยาบาลจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เพราะหลักเกณฑ์การใช้สิทธิมีการจำกัดเพดานวงเงินในการรักษาพยาบาล มักจะมีการผลักภาระมาที่ผู้ประสบภัยที่ต้องจ่ายเงินสำรอง และเป็นปัญหาในการล้มละลายของครอบครัวทั้ง ๆ ที่คนไทยทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงมีหลักการที่สำคัญ ในการยกเลิกภาระของผู้บริโภคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ต้องจ่ายเงินเอง มีคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมีสำนักงานที่เป็นอิสระบริหารกองทุนสินไหมทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ ใช้งบประมาณในการบริหารกองทุนไม่เกิน ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนกลไกรัฐในการต่อทะเบียนรถยนต์ในการเก็บเบี้ยประกัน รวมทั้งการจ่ายเงินสินไหมทดแทนไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด มีขั้นตอนที่ดี รวดเร็ว และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและอัตราการเก็บเบี้ยประกันในแต่ละปี ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพราะไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคม อีกทั้งเป็นการผลักภาระให้ประชาชน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดความซ้ำซ้อนและลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ลดภาระประชาชน และลดภาระความยุ่งยากในการเข้าถึงสิทธิของผู้ประสบภัย รวมทั้งประชาชนจะได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึงและสามารถใช้สิทธิได้อย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติกองทุนสินไหมทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ฉบับนี้

ตรวจสอบความเร็วอินเตอร์เนท ด้วยตัวท่านเอง

สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เล็งใช้มาตรการสังคม กำราบผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโฆษณาความเร็วเกินจริง จับมือสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เปิดโครงการ "สปีดเทสต์" (Speed Test) เก็บข้อมูลใช้บริการเน็ตผ่านเว็บไซต์ ปิดรับข้อมูล 30 พ.ย.52 นี้ ที่ http://www.speedtest.or.th/ หรือมีข้อร้องเรียนสามารถร้องเรียนเรื่องอินเตอร์เนทได้ผ่านศูนย์คุ้มครองสิทธ ในระดับจังหวัดในภาคเหนื ได้... (ข้อมูลจากhttp://www.tci.or.th/hotnews_show.asp?id=81)

สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
· 404 อาคารพลโยธินเซ็นเตอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสาแสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพ 10400 โทรศัพท์ 02-279-0250 tci.service@hotmail.com

ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงใหม่
· 374 หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100 โทรศัพท์ 053-204439 มือถือ081-7163177 nok829@hotmail.com

ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา
· 312/1ถ.พหลโยธิน ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา 56000 โทรศัพท์ 054-480905
มือถือ 084-1751680 mansada-p@hotmail.com

ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดลำปาง
· 25 ถ.ศิริวิสาร ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง 52000 โทรศัพท์ 054-352393
มือถือ081-9871627 pam2516@gmail.com

ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเพชรบูรณ์
· 69/43 ข้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร ถนนกลางเมืองพัฒนา อำเภอเมือง จ.เพชรบูรณ์
มือถือ084-8175960 monk_2550@yahoo.co.th

ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดเชียงราย
· 434/4 หมู่ที่ 19 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย รหัสไปรษณีย์ 57100 โทรศัพท์ 053-714685 มือถือ 084-0466548 anchalee126@hotmail.com

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าหรือบริการ
ข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ
ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการซื้อสินค้าหรือบริการ ได้แก่ การให้ความสำคัญฉลากของสินค้าและการโฆษณาสินค้าหรือบริการ
1.ผู้บริโภคต้องตรวจดูฉลากของสินค้า เพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อ ก่อนตัดสินใจเลือกสินค้าฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากจะต้องระบุข้อความดังต่อไปนี้
- ชื่อประเภท หรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจ ได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร ในกรณีที่เป็นสินค้าสั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย
- ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย
- ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย
- สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายแล้วแต่กรณี - ต้องแสดงขนาดหรือมิติ หรือปริมาณ หรือปริมาตร หรือน้ำหนักของสินค้านั้นแล้วแต่กรณี สำหรับหน่วยที่ใช้จะใช้ชื่อเต็มหรือชื่อย่อหรือสัญลักษณ์แทนก็ได้
- ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด
- ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ เพื่อความถูกต้องในการที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค
- วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน วันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น (ถ้ามี) - ราคาโดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นก็ได้
2. สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้าจากผู้ขาย หรือผู้ที่เคยใช้สินค้านั้นแล้ว
3. ศึกษาเงื่อนไข หรือข้อจำกัดของสินค้า เช่น วัน เดือน ปี ที่ผลิตหรือหมดอายุ วิธีการใช้ การเก็บรักษา คำเตือนหรือข้อควรระวังของสินค้าให้เข้าใจอย่างท่องแท้ เพื่อผู้บริโภค สมารถใช้สินค้าได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ และ ประหยัด
4. ร้องขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณของสินค้าว่าเป็นจริง ตามที่ระบุไว้ที่ฉลากของสินค้าหรือไม่ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและเป็นธรรม แก่ผู้บริโภค
5. ผู้บริโภคอย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณาของสินค้า หรือบริการ ต้องศึกษาเงื่อนไขรายละเอียดอื่น ๆ ของตัวสินค้า หรือ บริการที่อาจไม่ได้ระบุไว้ในการโฆษณา เนื่องจากการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเสนอแต่ข้อดีและเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคส่วนข้อเสีย มักจะไม่กล่าวถึงในการโฆษณา จึงจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จากการสอบถามผู้ขาย หรือบริษัทผู้ผลิต
ข้อความโฆษณาต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความเป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสังคมเป็นส่วนรวม - ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง - ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ โดยใช้ หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการสถิติหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเป็นความจริง หรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม - ข้อความที่เป็นการสนับสนุน โดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสีย ในวัฒนธรรมของชาติ - ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน - ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนด ในกระทรวงที่ ผู้ประกอบธุรกิจต้องระบุข้อความให้ครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย
ข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการเก็บรักษาพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึง การละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้ เพื่อการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐานดังกล่าว อาจเป็นสินค้าที่แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณ หรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรก หรือมีพิษที่ก่อให้เกิดอันตราย ควรจำสถานที่ซื้อสินค้าหรือบริการนั้นไว้ เพื่อประกอบการ้องเรียน และต้องเก็บเอกสารโฆษณา และใบเสร็จรับเงินเอาไว้ด้วย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคขึ้น ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการดำเนินการร้องเรียน ตามสิทธิของตน โดยร้องเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจาก